ทำความรู้จักฉลากเขียว (Thai Green Label) ตัวช่วยเลือกของใช้ออฟฟิศให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ฉลากเขียวคืออะไร มาจากไหน เกี่ยวกับการจัดซื้อของภาครัฐอย่างไร และวิธีเลือกกระดาษ หมึก เครื่องพิมพ์ให้ตรงเกณฑ์และตรงงาน


Thai Green Labelเลือกของใช้ออฟฟิศ
ให้รักษ์โลกและถูกเกณฑ์
ฉลากเขียวคืออะไร
ฉลากเขียว (Thai Green Label) คือเครื่องหมายรับรองที่มอบให้สินค้าหรือบริการที่ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าสินค้าที่ทำหน้าที่เดียวกัน จุดสำคัญคือไม่ได้ดูเฉพาะตอนใช้งาน แต่พิจารณาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการจัดการเมื่อหมดอายุ
ฉลากเขียวเป็น ฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 1 ตามมาตรฐาน ISO 14024 ผู้ผลิตประกาศเองไม่ได้ ต้องผ่านการตรวจจากหน่วยงานที่สาม ต่างจากคำว่า “Eco” หรือ “รักษ์โลก” ที่พิมพ์บนกล่องได้โดยไม่มีใครรับรอง (GEN)
ความเป็นมา และเป้าหมายของฉลากเขียว
ฉลากเขียวริเริ่มโดยสภาธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) เมื่อ ตุลาคม 2536 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สิงหาคม 2537 โดยความร่วมมือของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และ สมอ. ปัจจุบันสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยกับ สมอ. เป็นเลขานุการร่วม มีวัตถุประสงค์สามข้อ (โครงการฉลากเขียว)
- ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ในภาพรวมของประเทศ
- ให้ข้อมูลที่เป็นกลาง ว่าสินค้าใดกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าสินค้าที่ทำหน้าที่เดียวกัน
- สนับสนุนผู้ผลิต ให้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด
ตลอดกว่า 30 ปี มีข้อกำหนด มากกว่า 126 ข้อกำหนด รับรองสินค้า มากกว่า 8,000 รุ่น ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สำนักงาน กระดาษ ไปจนถึงบริการทำความสะอาด และเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (GEN)
เกี่ยวอะไรกับของใช้ในออฟฟิศ
ของใช้ในสำนักงานหลายอย่างมีข้อกำหนดฉลากเขียวรองรับ ทั้งกระดาษ ตลับหมึก เครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องเรือน และในรายงานจัดซื้อสีเขียวของภาครัฐ ของที่ถูกซื้อบ่อยก็คือ กระดาษ ตลับหมึก เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์ สินค้าแต่ละประเภทมีข้อกำหนดของตัวเอง (รหัสขึ้นต้นด้วย TGL) อ่านฉบับเต็มได้ที่ หน้าข้อกำหนดฉลากเขียว

ฉลากเขียวกับการจัดซื้อของภาครัฐ
กรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานหลักด้านจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเปิด ระบบฐานข้อมูลจัดซื้อสีเขียว ให้หน่วยงานรัฐค้นหาและรายงานผล มีเกณฑ์ 42 รายการใน 7 กลุ่ม เช่น คอมพิวเตอร์และงานพิมพ์ อุปกรณ์สำนักงาน และกระดาษ โดยยอมรับฉลากเขียวเป็นหลักฐาน
แผนปี 2565–2570 ตั้งเป้าให้หน่วยงานรัฐซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่น้อยกว่า 30% ของมูลค่าที่จัดซื้อ (GEN) TOR หลายหน่วยงานจึงเริ่มกำหนดฉลากเขียวเป็นคุณสมบัติหรือเกณฑ์ให้คะแนน ซึ่งควรแยกให้ออกจากฉลากอื่นที่หน้าตาคล้ายกัน
| ฉลากที่มักเจอ | ผู้ออก | ดูเรื่องอะไร |
|---|---|---|
| ฉลากเขียว | สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับ สมอ. | ผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิต ตรวจโดยหน่วยงานที่สาม |
| ฉลากตะกร้าเขียว | กรมควบคุมมลพิษ | ผ่านเกณฑ์สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกรมฯ ใช้ประกอบการจัดซื้อภาครัฐ |
| ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 | การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย | ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก ไม่ใช่ฉลากเขียว |
เลือกให้เหมาะสม ทำอย่างไร
- ดูที่รุ่น ไม่ใช่ยี่ห้อ ฉลากเขียวรับรองเป็นรายผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อเดียวกันอาจได้แค่บางรุ่น ตรวจชื่อรุ่นใน ทะเบียนผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว
- เช็กเลขสัญญาและวันหมดอายุ การรับรองมีอายุตามสัญญา ต้องยังไม่หมดอายุทั้งวันยื่นราคาและวันส่งมอบ
- อ่าน TOR ให้ชัด ถ้าเขียนว่า “หรือเทียบเท่า” ให้ถามคณะกรรมการว่ายอมรับฉลากใดบ้าง แล้วเก็บคำตอบไว้
- ยังต้องตรงงาน ฉลากเขียวไม่ได้บอกว่าเหมาะกับงานของคุณ สเปก ปริมาณงาน และต้นทุนหมึกต่อหน้ายังต้องเทียบ
- แนบหลักฐานในใบเสนอราคา ระบุเลขสัญญาและวันหมดอายุ ช่วยให้เจ้าหน้าที่พัสดุตรวจรับง่ายขึ้น
- ระวังคำโฆษณาสีเขียว คำว่า Eco หรือรักษ์โลกบนกล่องไม่ใช่การรับรอง ไม่อยู่ในทะเบียนก็คือยังไม่ได้
สรุป
ฉลากเขียวช่วยให้ออฟฟิศและหน่วยงานรัฐเลือกของที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องตรวจเอง แต่จะได้ประโยชน์เต็มที่เมื่อเช็กรุ่นและวันหมดอายุให้ตรง และเลือกสเปกให้เหมาะกับงานจริงควบคู่กันครับ
